2006/Sep/29

1.เธออยากเปรี๊ยวด้วยวิธีไหน?
ก. คอนแท็กเลนส์สีต่างๆ ไปข้อ3
ข. แว่นกันแดดขนาดใหญ่ ไปข้อ 5

2.เครื่องประดับที่เธอมีอยู่ ประมาณกี่ชิ้น?
ก. มากกว่า 5 ชิ้น ไปข้อ6
ข. 2-3 ชิ้น ไปข้อ11

3.เธอคิดอย่างไรกับผู้หญิงที่เพ้นท์เล็บ?
ก. เท่ดี ไปข้อ9
ข. ไม่เห็นสวยเลย ไปข้อ7

4.ของที่เธออยากได้จากเค้า มากที่สุด?
ก. ต่างหู ไปข้อ 2
ข. แหวน ไปข้อ8

5.เธอจะเน้นแต่งสวยตรงไหนมากกว่ากัน?
ก. ดวงตา-การใช้อายชาโดว์ ไปข้อ 7
ข. ริมฝีปาก-สีของลิปสติก ไปข้อ4

6.เธออยากลองทำอะไร เป็นอย่างแรก?
ก. เจาะหู ไปข้อ10
ข. สวมสร้อยข้อเท้า ไปข้อ11

7.เข็มกลัดติดเสื้อของเธอ..
ก. ใช้บ่อยๆ ไปข้อ2
ข. แทบไม่เคยใช้เลย ไปข้อ9

8.ถ้าเธอสวมสร้อยข้อมือหรือกำไล เธอจะสวมใส่ลักษณะใด?
ก. ใส่ทีละหลายๆเส้น ไปข้อ 12
ข. เลือกแบบเรีบย และใส่แค่เส้นเดียว ไปข้อ13

9.ถ้าเธอทาทั้งเล็บมือและเท้า เธอจะเลือกสีอย่างไร?
ก. เลือกสีเดียวกัน ไปข้อ2
ข. อยากทาคนละสี ไปข้อ6

10.เธอชอบต่างหูแบบไหน?
ก. แบบติดหู ไปข้อ11
ข. แบบตุ้งติ้ง ไปแบบ A

11.ถ้าให้เธอเลือกสวมแหวนเพียงวงเดียวนิ้วกลางมือขวา เธอจะเลือกสวม..?
ก. แหวนหัวลายดอกไม้ แบบแฟชั่น ไปแบบ A
ข. แหวนทองแบบเรียบๆ ไปแบบ C

12.ถ้าให้เธอใช้ผ้าพันคอแต่งเป็นจุดเด่นของเธอ เธอจะ..?
ก. เลือกผืนใหญ่ๆ และคลุมไหล่ไว้ ไปแบบ B
ข. เลือกผืนเล็ก แล้วผูกไว้ที่ปกเสื้อ ไปแบบ D

13.เธอชอบแบบไหน ระหว่าง..?
ก. สร้อยคอเส้นโตๆ แบบเปรี๊ยว ไปข้อ 12
ข. สร้อยคอห้อยจี้เส้นเล็กๆ น่ารัก ไปแบบ D


.............................
.....................
..............
.......
...
..




เฉลย...

แบบ A เค้าอายุมากกว่าเธอมาก
คนขี้อ้อน ต้องการการดูแลเอาใจใส่อยู่ตลอดเวลาอย่างเธอ
เหมาะที่จะเลือกผู้ชายที่มีวุฒิภาวะและอายุมากกว่าเธอมากๆ
อย่างน้อย 5 ปี ซึ่งจะทำให้เธออุ่นใจได้ โดยที่หนุ่มวัยเดียวกับเธอ
คงยากที่ให้ได้ช่องว่างระหว่างวัยที่ห่างกันมากอย่างนี้ ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย
ถ้าหากเธอนิยามว่า ความรักคือศรัทธา
และเค้าก็เป็นผู้ใหญ่ที่ตามใจเด็กงอแงอย่างเธอ
เธอจะติดใจจนไม่อยากมีแฟนเด็กอิกเลยล่ะ

แบบ B เขาอายุมากกว่าเธอ 3-5 ปี 
อย่างเธอนี่ ถ้าเป็นผู้ชายอายุเท่ากันๆ เธอจะรู้สึกว่า เค้าเด็กจัง
แต่ถ้าอายุห่างกันมากไปก็จะเกิดช่องว่างระหว่างวัยอีก
ซึ่งถ้าเค้าโตกว่าเธอซัก 3-4 ปี คงกำลังดี
เธอกับเค้าจึงสามารถเป็นได้ทั้งแฟนและพี่น้องที่เข้าใจกันได้
ไม่ใช้น้าหลานที่คุยกันไม่รู้เรื่องเพราะอายุห่างกันเกินไป

แบบ C เขาอายุไล่เลี่ยกัน
เธอชอบที่จะคบกับเพศตรงข้ามแบบเพื่อนมากกว่า
จะได้คุยกันได้ในทุกๆเรื่อง ความคิด อ่าน คล้ายคลึงกัน
คบกันแบบไม่ต้องมีพิธีรีตรองมาก เธอจึงควรเลือกหนุ่มที่
อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน เพราะเธอต้องการแฟนที่ให้ความเป็นเพื่อนสูง
ต้องการการพูดคุยและสิทธิที่เสมอภาคกัน
แฟนที่อายุเท่าๆกัน จึงเป็นคำตอบสุดท้ายของเธอ

แบบ D เขาเด็กกว่า
เธอเป็นผู้หญิงที่มีสัณชาตญาณ ความเป็นแม่สูง
ชอบดูแลเป็นธุระให้ใครๆ แม้แต่แฟน
เธอจะมีความสุขมากเมื่อได้คอยเอาใจใส่และทำอะไรๆให้กับแฟน
ซึ่งจะให้เหมาะ ก็ควรเลือกแฟนที่เป็นเหมือนน้องชายไปด้วย
ซึ่งก็ต้องอายุน้อยกว่าเธอนั่นเอง ก็ต้องยอมรับว่าเธอเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มากๆ
ที่สามารถทำให้รุ่นน้องมาหลงใหลได้ปลื้มจนใครๆต้องอิจฉาเธอ
เปรียบได้กับคู่รักฮอลลีวูดอย่าง เดมี่ มัวร์ กับ แอชตัน คุชเช่อร์ รักต่างวัย
10ปี ที่ดูดดื่มจนสาวๆอิจฉา ตาลุกเป็นไฟ เพราะสาวแก่ งาบไก่อ่อนสุดหล่อไปทานสบายปาก .... 5555

2006/Sep/22

มะมีไรเล่นกันง่ายๆงเย อิอิ

2006/Sep/20

พอดีไปเจอมาเรยอยากให้ทุกคนได้อ่านกันเค้าบอกกันว่านี่เปนเรื่องจิง ใครรู้แล้วก้อระวังตัวไว้ละกันนะคะ

>เช้าวันหนึ่ง เรากับแฟนขับรถมาทำงาน
>โดยออกเดินทางจากแถวรัชดาเพื่อที่จะไปแถวบางนา
>พอออกมาจากซอยก็มีมอเตอร์ไซด์วิ่งมาปาดหน้าเราอย่ากระชั้นชิด
>ด้วยความหงุดหงิดและไม่สบอารมณ์ ผนวกที่เราจะยูเทิร์นพอดี
>เราก็เลยปาดหน้ามอเตอร์ไซด์คันนั้นแบบเจตนานิด ๆ มันขับตามเรามา
>เราก็เลยตัดสินใจจอดตรงที่คิดว่ามีผู้คนพลุกพล่านคือตรงป้ายรถเมล์ของโรงแรมหนึ่ง

>พอแฟนเราเดินลงไปถามว่า มีอะไรครับ มันก็พูดว่า คุณปาดหน้าผมทำไม
>แล้วมันก็กระชากคอแล้วชก เราก็เลยโทรแจ้ง 191
>บอกว่ามีคนโดนทำร้ายตรงโรงแรมนี้ เรารอตำรวจมา
>ระหว่างที่รอมันก็ชกแฟนเราอีก
>แฟนเราไม่ชกตอบเพราะกลัวเป็นการทะเลาะวิวาท พอมันเห็นเราโทรแจ้งตำรวจ
>มันก็ท้าด้วยคำหยาบคายฟังไม่ได้เลย บอกให้เรียกตำรวจมา เลยไม่กลัวหรอก
>มันจะอยู่รอตำรวจด้วย รถก็ติด คนก็มุงดู (แต่ดูเฉยๆนะ)
>
>เวลาผ่านไปก็ไม่มีตำรวจมาซักคน เราก็โทรไป 2-3 ครั้ง บอกว่า
>ผู้หญิงโดนทำร้าย แต่ก็เงียบไปเหมือนเดิม จนสุดท้ายก็โทร 1133
>ขอเบอร์โรงพักห้วยขวาง แล้วบอกว่า ผู้หญิงโดนทำร้ายอยู่ตรงโน้นตรงนี้
>คู่กรณีกำลังจะหนี โทรไปอย่างนี้อีก 2 ครั้ง กว่าตำรวจจะมาเขาถามว่า
>ผู้หญิงโดนทำร้ายที่ไหน ก็เลยบอกไปว่า
>ถ้าโดนข่มขืนหรือโดนยิงคงตายไปแล้วล่ะ
>แต่ที่น่าเซ็งกว่านั้นคนทำร้ายเรา ยืนยิ้มเยาะอยู่ข้างๆ
>แต่พอเราบอกตำรวจให้จับ เขาบอกว่า
ตามกฎหมายใหม่
>ถ้าตำรวจไม่เห็นกับตาว่าโดนทำร้าย
>หรือโดนฉกชิงวิ่งราวขณะที่ตำรวจเห็นพอดี ตำรวจจับคนร้ายนั้นไม่ได้
>ถึงแม้จะยืนยิ้มเยาะอยู่ตรงนั้นก็ตาม
>ต้องให้เราไปแจ้งความที่โรงพักแล้วเขาจะเอาหมายจับมาจับทีหลัง
>ถ้าเรากลัวคู่กรณีหนีต้องจับไปโรงพักเอง
>
>เราอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนหน้านี้เราบอกแฟนว่าอย่าไปชกตอบดีแล้ว
>ให้กฎหมายจัดการดีกว่า เราไม่เชื่อว่ากฎหมายจะคุ้มครองคนไม่ดี
>แต่พอเราฟังคุณตำรวจคนนั้น เราเชื่อแล้วล่ะว่า
>กฎหมายเป็นเครื่องมือของคนชั่ว ใช้รังแกคนดี
>(รู้อย่างนี้วิ่งไปที่รถแล้วหยิบที่ล็อคเกียร์มาตีหัวมันซะก็ดี
>เพราะตำรวจก็ไม่เห็นเหมือนกัน)
>
>เราไม่ยอม เราก็เลยไปถามสารวัตรท่านหนึ่ง
>เขาบอกเช่นเดียวกับตำรวจคนนั้น เราก็เลยถามว่า
>แล้วคนทำงานอย่างพวกเราโดยเฉพาะผู้หญิงจะทำอย่างไร
>ถ้าเจอคนทำร้ายปล้นและจี้ ทั้งที่เห็นคนร้ายยืนอยู่ข้างๆ
>ชี้ตัวให้ตำรวจดูก็จับไม่ไ
ด้กว่าจะไปแจ้งความ รอหมายศาล
>เราคงเจ็บเสียเวลาฟรีแถมต้องเสียเงินเสียทองฟรีแน่เลย
>เพราะคนร้ายคงไม่ยืนรอให้มาจับแล้วล่ะ นอกจากมันจะต๊องจริงๆ.....
>
>คุณตำรวจแนะนำว่า ถ้าเราขับรถแล้วเจอเหตุการณ์อย่างนี้ อย่าลงไป
>ให้ขับไปที่สถานีตำรวจ แต่ถ้าสุดวิสัยให้ป้องกันตนเองได้เลย
>ไม่ต้องกลัวข้อหาทะเลาะวิวาท เพราะตำรวจไม่เห็นกับตาอยู่แล้ว จับไม่ได้
>แต่ต้องมั่นใจนะว่าสู้เขาได้
>
>แต่ ถ้าเป็นผู้หญิงอย่างพวกเราคงต้องไปหัดยิงปืนหรือชกมวย แล้วมั้ง
>เรานึกภาพไม่ออกจริงว่า ชีวิตในกฎหมายใหม่อย่างนี้เราจะปลอดภัยอย่างไร
>ถ้าเจอโจรหัวหมอ